ชุมเห็ดเทศ รวมประโยชน์และสรรพคุณของชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นมีความสูง 2-3 เมตร ก้านใบนั้นยาว ในก้านหนึ่งนั้นจะมีใบแตกออกเป็น 2 ทาง มีลักษณะคล้ายใบมะยม แต่จะโตและยาวกว่าประมาณ 10-12 ซม. และกว้างประมาณ 3-6 ซม.

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ต้นไม้มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นมีกิ่งขนานกับพื้น กิ่งก้านแผ่ออกไปด้านข้างและมีขนสั้นนุ่มปกคลุม เปลือกเรียบและมีสีน้ำตาล การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ชอบความชื้น ไม่ชอบร่มเงา และเติบโตในดินหลากหลายประเภท พันธุ์นี้พึ่งตนเองได้ ปลูกมันและปล่อยให้มันเติบโตตามธรรมชาติ ซึ่งพบได้บ่อยในประเทศไทย บนที่ราบหรือบนภูเขาสูงถึง 1,500 เมตร

ใบชุมเห็ดเทศ ใบรวมที่มีปลายสองข้างเรียกว่าใบ เรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณแปดถึงยี่สิบคู่ ใบมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าถึงวงรี ปลายใบมีลักษณะกลมหรือหยัก ฐานของใบเว้าเล็กน้อยรวมกัน ฐานใบทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ขอบใบเรียบและเป็นสีแดง ใบกว้างประมาณ 5-7 ซม. ยาว 5-15 ซม. เนื้อค่อนข้างแน่น แกนกลางหนา หยาบ และเหนียว ก้านใบยาวรวมประมาณ 30-60 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 2 ซม. ใบเป็นรูปกลีบ สามเหลี่ยม ยาวประมาณ 6-8 มม. และคงอยู่ เมื่อแห้งใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเขียวเป็นสีน้ำตาล แป้งที่ได้จะเป็นสีน้ำตาลอมเขียวอมขมเล็กน้อยและมีกลิ่นอ่อนๆ

ดอกของ ชุมเห็ดเทศ กระจายเป็นกระจุกขนาดใหญ่ มันถูกปล่อยออกมาจากซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกเป็นช่อยาวประมาณ 20-50 ซม. ดอกสีเหลืองทองมีห้ากลีบ กลีบดอกเป็นรูปวงรี เกือบกลม หรือรูปช้อน และวัดความยาวได้ประมาณ 2 ซม. มีก้านใบสั้น ดอกมีเกสรตัวผู้ 9-10 อัน มีเกสรตัวผู้ยาว 2 อัน (ก้านหนายาวประมาณ 4 มม. อับเรณูยาวประมาณ 1.2-1.3 ซม.) เกสรตัวผู้สั้น 4 อัน (เกสรยาวประมาณ 2 มม. อับเรณูยาวประมาณ 4-5 มม.) และ 4 อัน ก้านเพิ่มเติมของเกสรลดลง ที่ปลายอับเรณูเปิด รังไข่ที่อยู่ในสภาพดี เกสรตัวผู้มีขนาดเล็ก มีกาบที่มีสีน้ำตาลอมเหลืองปิดดอกไม่บาน กาบเป็นรูปไข่ ยาว 2-3 ซม. หลุดง่าย ก้านดอกสั้นยาวประมาณ 2-4 มม. ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ เรียงกันเป็นลายทับกันภายในดอกตูม รูปทรงขนานกันที่มีความยาวไม่เท่ากัน วัดความยาวได้ประมาณ 1-2 ซม.

ชุมเห็ดเทศ ผลเป็นฝักรูปแถบยาว แบน และไม่มีขน ฝักยาวประมาณ 10-20 ซม. และกว้าง 1.5-2 ซม. มีสันหรือปีกสี่ปีกยาวตลอดฝักและกว้างประมาณ 5 มม. ปลอกหุ้มด้วยผนังกั้น ฝักแบ่งตามยาวและเป็นสีดำ ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 50-60 เมล็ด เมล็ดมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม สีดำ และมีผิวขรุขระ เมล็ดมีขนาดกว้าง 5-8 มม. และยาว 7-10 มม.

สรรพคุณ ชุมเห็ดเทศ

  • ราก ชุมเห็ดเทศ เป็นสารที่ใช้ผสมยาธาตุ (ราก)
  • เป็นยาบำรุงหัวใจ ให้ชงชา ชุมเห็ดเทศ พร้อมน้ำดื่ม (ใบ)
  • มีส่วนช่วยในการเพิ่มความอยากอาหาร (ราก)
  • หากบริโภคสารจาก ชุมเห็ดเทศ เป็นประจำ จะช่วยในการลดไขมันในหลอดเลือด (โดยไม่ระบุส่วนประกอบที่ใช้)
  • ชงกับน้ำดื่มชาชุมเห็ดเทศ. สามารถช่วยในการลดความดันโลหิต (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  • มีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด นำไปต้มใบสดหรือแห้งประมาณ 1 กำมือในน้ำ 3 แก้วและเคี่ยวเป็นเวลา 30 นาที ดื่มน้ำก่อนอาหารเช้าและเย็น หรือจะชงเป็นชาและบริโภควันละสามครั้งก่อนอาหารเป็นระยะเวลาสามสัปดาห์ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติ การดื่มใบยอต้มต่อไปอีกสามสัปดาห์จะช่วยรักษาอาการเบาหวานได้ (ใบ)
  • ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ (เมล็ด)
  • มีส่วนช่วยบรรเทาอาการอักเสบของเส้นประสาท (ใบ)
  • มีส่วนช่วยในการทำให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ (ใบ, ราก, พืช)
  • เมล็ดช่วยในการรักษารังแค การบริโภคพิษแดนซัง โดยการบริโภคเมล็ดแห้งประมาณ 3-5 กรัม ที่บดเป็นผงแล้วผสมกับน้ำผึ้งในขณะท้องว่าง (ทั้งเมล็ด)
  • ช่วยรักษาโรคดีซ่าน (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคดีซ่าน (ทั้งต้น)
  • มีส่วนทำให้ความละเอียดของเส้น (ใบ, ราก, พืช)
  • ต้มใบและดอกในน้ำแล้วรับประทานเป็นยารักษาโรคหอบหืด (ใบและดอก)
  • เป็นยาขับเสมหะทั้งรากและทั้งต้น (ทั้งราก)
  • ใบมีกลิ่นฉุนและสามารถใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากเมื่อต้มกับน้ำ (ใบ)
  • การต้มใบและดอกในน้ำและรับประทานเป็นยาขับเสมหะใช้รักษาโรคหลอดลมอักเสบ (ใบและดอก)
  • มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องผูก (อาหารไม่ย่อยเนื่องจากก๊าซในกระเพาะอาหาร) (เมล็ดพืช)
  • เปลือกมีคุณสมบัติฝาด (เปลือก)
  • ใบและดอกใช้ในตำรายาแผนไทยเป็นยาระบายและรักษาอาการท้องผูก เพิ่มความสามารถในการหดตัวของลำไส้ใหญ่ (ใบที่อายุน้อยกว่าจะมีฤทธิ์มากกว่าใบแก่ นอกจากนี้ ถ้าใบไม่คั่วก่อนนำไปใช้ก็อาจมีผลเสีย กล่าวคือ อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เมื่อถูกความร้อนที่อุณหภูมิสูงจะละลายสารที่ทำให้อาเจียน ) (ใบ ดอก)
  • ต้มใบสดหรือแห้ง 12 ใบในน้ำเพียงพอในแต่ละครั้ง ดื่มเครื่องดื่มเดียวก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
  • ใบแช่ในน้ำเดือด 120 มล. เป็นเวลาสิบนาทีแล้วบริโภคก่อนนอน
  • 12 ใบสดล้างน้ำให้สะอาด หั่น ตาก หรือปิ้งบนไฟจนเหลืองทอง เติมเกลือเล็กน้อยแล้วดื่มให้หมดในคราวเดียวก่อนที่จะต้มหรือต้มกับน้ำดื่มทีละถ้วย
  • บดใบแห้งให้เป็นผง ครั้งละ 3 เม็ด ก่อนนอนหรือเมื่อมีอาการท้องผูก ปั้นเป็นเม็ดกลมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
  • ต้มดอกสด 1 พวง ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือจะต้มหรือลวกช่อดอกประมาณ 1-3 ช่อ (แล้วแต่ธาตุหนักของแต่ละคน) เพื่อใช้จิ้มน้ำจิ้ม
  • สำหรับการชงจากใบที่บรรจุในซองน้ำหนัก 3 กรัมต่อซอง ให้ใช้ครั้งละ 1-2 ซอง และชงเป็นเวลา 10 นาทีด้วยน้ำ 120 มล. ต่อซอง รับประทานวันละครั้ง ก่อนนอน
  • คั่วเมล็ดจนเหลืองและชงเป็นชาพร้อมน้ำดื่ม ทำหน้าที่เป็นยาระบายอ่อนๆ
  • นอกจากนี้ เปลือก ราก และผลยังเป็นยาระบาย (เปลือก ราก ผลไม้) อาการท้องผูกรักษาได้ด้วยต้น ราก ใบ ดอก และเมล็ด (ต้น ราก ใบ ดอก เมล็ด)
  • มีส่วนช่วยในการรักษาองค์ประกอบและการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (ใบ)
  • เมล็ดมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ มันเยิ้มเล็กน้อย มันถูกใช้เป็นหนอนสำหรับลำไส้ โดยบดเมล็ดประมาณ 3-5 กรัมให้เป็นผงแล้วผสมกับน้ำผึ้งเพื่อบริโภคในขณะท้องว่าง (เมล็ด, ก้าน, ทั้งเมล็ด) ผลไม้หรือฝักมีรสจืด ขับพยาธิตัวตืดเมื่อใช้เป็นพยาธิ พยาธิตัวตืดทำจากพยาธิตัวตืด (ผลไม้) ใบสดใช้เป็นพยาธิตัวตืด โดยการต้มใบสดประมาณ 1 กำมือ (ประมาณ 20 กรัม) ในน้ำดื่ม หรือจะใช้น้ำคั้นจากใบผสมกับน้ำมะนาวเป็นยาแก้พยาธิ (ใบ) ต้นอ่อนทั้งหมดจะถูกต้มในน้ำดื่ม คุณยังสามารถดื่มน้ำผลไม้ที่สกัดจากพืชทั้งหมดเมื่อรวมกับกรดซิตริก นอกจากนี้ ดอกและพืชยังสามารถใช้เป็นยาป้องกันพยาธิ (รวมทั้งกล้าไม้ ต้นไม้ และดอก)
  • รากเป็นสารต้านพยาธิ (ราก)
  • เป็นยาขับปัสสาวะ พืช ราก ใบ หรือดอก ต้มในน้ำดื่มแทนชา (พืช ราก ใบ ดอก).
  • ใช้รักษาปัสสาวะเหลือง (ราก)
  • ใบเป็นยาขับปัสสาวะ โขลกใบสด 4-5 ใบ กับกระเทียม 4-5 กลีบ มะนาวแดง เล็กน้อย แล้วทา อีกวิธีหนึ่ง ใช้ใบ ชุมเห็ดเทศ สามใบ กระเทียมสามหัว และเกลือตัวผู้ 3 ตัว โขลกให้ละเอียดแล้วทาบริเวณที่ได้รับผลกระทบ (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร (ทั้งต้น) นำรากมาต้มรับประทานเป็นยาแก้น้ำมูกไหลเป็นเลือด (ราก)
  • ยาต้มใบหรือแช่
  • ชุมเห็ดเทศ ยาต้มเข้มข้นที่เร่งหรือกระตุ้นการคลอดบุตร (ใบ)
  • ใช้รักษาโรคเริม (ใบ)
  • เปลือกและไม้ช่วยในการกำจัดระบบน้ำเหลือง (เปลือกไม้และไม้) ใบผสมกับน้ำปูนขาว น้ำมัน หรือเกลือ และใช้เป็นยาขับไล่แมลง (ใบ)
  • เด็กแอฟริกันที่มีผิวหนังเสียหายทุบใบ ผสมกับน้ำอาบ และบางครั้งใช้อาบน้ำทารกแรกเกิด (ใบ)
  • ใบใช้รักษาสภาพผิวที่หลากหลาย รวมทั้งกลาก กลาก ผื่น และผื่นคันที่ผิวหนัง หรือมีผื่นขึ้นบนหนังศีรษะ มีการใช้งานมากมาย ได้แก่ (ใบ)
  • นำน้ำและใบไปต้ม หลังจากนั้นให้ล้างผิวหนังบริเวณที่ได้รับผลกระทบด้วยน้ำต้มสุก
  • ใช้ใบสดที่โขลกหรือบดและถูบริเวณนั้นเป็นเวลานานและบ่อยครั้ง
  • โขลกประมาณ 3-4 ใบให้ละเอียด เติมน้ำมะนาวคั้น หลังจากนั้นทาวันละ 2-3 ครั้ง
  • โขลกใบสดประมาณ 4-5 ใบ กระเทียม 4-5 กลีบ และครกสีแดงเล็กน้อย รวมส่วนผสมและนำไปใช้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากกลากหรือโรคผิวหนัง (เกาบริเวณที่เป็นหมันด้วยไม้ไผ่ปลอดเชื้อจนเป็นสีแดงก่อนใช้ยา) วันละ 3-4 ครั้ง จนหายไปและทาต่อไปอีก 1 สัปดาห์หลังจากที่หายดีแล้ว
  • โขลกใบสดและแช่ในสุรา จากนั้นใช้ส่วนของสุราทาบริเวณที่เป็นสิววันละ 2-3 ครั้งจนกว่าจะหมดไป พบว่ามีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง แต่จะไม่ได้ผลกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อราที่เส้นผมหรือเล็บ
  • ใบนำไปแช่น้ำปูนขาว น้ำมัน หรือเกลือแล้วตากให้แห้ง ใช้เป็นยาพอกเพื่อรักษากลากหรือสภาพผิวอื่นๆ
  • อีกวิธีหนึ่งคือนำใบมาโขลกหรือคั้นด้วยเครื่องคั้นน้ำที่ผสมน้ำปูนขาวหรือวาสลีน กลายเป็นขี้ผึ้ง
  • หรือจะใช้ครีมที่มีสารสกัดจากใบ ชุมเห็ดเทศ 95 เปอร์เซ็นต์และเอทานอล 20% วันละ 2-3 ครั้งหลังอาบน้ำเช้าและเย็น ทำซ้ำทุกวันเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์
  • นอกจากนี้ ลำต้น เปลือก ราก ผลไม้ เมล็ด และทั้งพืชมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ นอกจากนี้ กลาก (ต้นไม้ เปลือก ราก ผลไม้ เมล็ด พืชทั้งต้น)
  • ต้นไม้ใช้รักษาเล็บขบ (ต้นไม้)
  • ใบและรากของพืชชนิดนี้ใช้เป็นปรสิตทางผิวหนัง (ใบ ราก)
  • พืชทั้งต้นมีประโยชน์เป็นยารักษาฝี (ทั้งต้น)
  • ใบ ชุมเห็ดเทศ สามารถใช้ตำพอกหน้าเพื่อเร่งกระบวนการรักษาฝี (ใบ)
  • ใช้ใบและลำต้นสดกำมือหนึ่งเพื่อรักษาฝีและแผลพุพอง นำไปต้มกับน้ำให้พอประมาณแล้วเคี่ยวจน 1 ใน 3 ใช้สำหรับล้างน้ำซุป bro