ว่านหางจรเข้

ว่านหางจรเข้
สมุนไพรว่า นหางจระเข้มีชื่อเขตแดนอื่นๆอาทิเช่นว่า นไฟลุก(ภาคเหนือ),หางจระเข้(ภาคกึ่งกลาง)ฯลฯ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aloe barbadensis Mill.

ลักษณะของว่านหางจรเข้ ยาดำเป็นยางที่แข็งเป็นก้อน มีสีแดงน้ำตาลจนถึงดำ เปราะ ผิวมัน ทึบแสง รสขมเหม็นเบื่อ ชวนคลื่นไส้อาเจียน กลิ่นฉุน ยาดำได้จากการตัดใบว่านหางจระเข้บริเวณส่วนโคนใบที่อยู่ใกล้กับผิวดิน จะมีน้ำยางสีเหลืองที่อยู่ระหว่างผิวนอกของใบกับวุ้น ไหลออกมา รวบรวมน้ำยางสีเหลืองใส่ภาชนะ นำน้ำยางสีเหลืองที่รวบรวมได้ไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนข้นเหนียว แล้วผึ่งแดดให้แห้ง จะแข็งกลายเป็นก้อนสีดำลีกษณะ :ไม้ล้มลุกอายุนับเป็นเวลาหลายปีสูง 0.5 – 1 เมตรข้อและก็ข้อสั้นใบโดดเดี่ยวเรียงรอบต้นกว้าง 5 – 12 เซนติเมตรยาว 30 – 80 เซนติเมตรอวบน้ำมากมายสีเขียวอ่อน หรือ เขียวเข้มข้างในมีวุ้นใสใต้ผิวสีเขียวมีน้ำยางสีเหลืองใบอ่อนมีประสีขาวดอกช่อออกมาจากกึ่งกลางต้นดอกย่อยเป็นหลอดแขวนลงสีส้มบานจากด้านล่างขึ้นบนผลได้ผลสำเร็จแห้งแตกได้

สรรพคุณของประโยชน์ว่านหางจรเข้ ช่วยคุ้มครองปกป้องเบาหวานด้วยการกินเนื้อวุ้น หรือ จะทำเป็นน้ำปั่นว่า นหางจระเข้มาดื่มก็ได้ก็จะช่วยทุเลาอาการและก็คุ้มครองปกป้องเบาหวานได้ ช่วยรักษาริดสีดวงทวารด้วยการใช้เนื้อวุ้นจากใบเหลาให้เป็นปลายแหลมบางส่วนและก็นำไปแช่ตู้แช่เย็น หรือ น้ำแข็งกระทั่งเนื้อแข็งและจากนั้นจึงนำไปใช้เหน็บในช่องทวารหนักควรจะหมั่นทำบ่อยเป็นประจำวันละ 1 – 2 ครั้งกระทั่งจะหาย(เนื้อยุ่ง) วุ้นว่า นหางจระเข้มีคุณประโยชน์ช่วยรักษาแผลในกระเพาะช่วยคุ้มครองปกป้องแล้วก็ลดการเกิดแผลในกระเพาะขณะท้องว่า งช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่างๆ ช่วยรักษาท้องผูกด้วยผู้กระทำรีดเอายางจากว่า นหางจระเข้มาต้มให้งวดทิ้งเอาไว้ให้เย็นจะได้ก้อนยาสีดำ(ยาดำ)แล้วตักมาใช้ราวช้อนชาเพิ่มเติมน้ำเดือด 1 ถ้วยแล้วคนจะกว่า จะละลาย โดยคนแก่กินทีละ 2 ช้อนชาก่อนนอน แต่ว่า ถ้าเกิดเป็นเด็กให้กินทีละ 1 ช้อนชาก่อนนอน ช่วยแก้โรคหนองใน(ราก,เหง้า) ใช้เป็นถ่ายยาระบายที่เปลือกของว่า นหางจระเข้จะมีน้ำยางสีเหลืองในน้ำยางจะมีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinone)ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายแม้นำน้ำยางไปต้มให้น้ำระเหยออกแล้วทิ้งเอาไว้ให้เย็นก็จะได้สารสีน้ำตาลแทบดำ หรือ เรียกว่า “ยาดำ”ซึ่งยาดำนี้เองใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาแผนโบราณที่อยากที่จะให้มีฤทธิ์เป็นยาระบายอยู่หลายตำรับ(ยางในใบ) ว่า นหางจระเข้มีคุณประโยชน์ช่วยแก้ลักษณะของการปวดหัวด้วยการตัดใบสดของว่า นหางจระเข้แล้วทาปูนแดงด้านหนึ่งแล้วเอาด้านที่ทาปูนปิดตรงขมับจะช่วยทุเลาลักษณะของการปวดหัวได้(ใบ) คุณประโยชน์ว่า นหางจระเข้ช่วยแก้กระเพาะไส้อักเสบด้วยการกางใบเอามาปอกมัว แต่วุ้นเอามากินวันละ 2 ครั้งทีละ 2 ช้อนโต๊ะ(เนื้อวุ้น) ช่วยแก้มุตกิด หรือ ตกขาวของสตรี(ราก,เหง้า) อีกทั้งต้นของว่า นหางจระเข้มีรสเย็นใช้ดองกับเหล้าเอามาดื่มช่วยขับน้ำคร่ำได้(อีกทั้งต้น) ตำรายาไทยใช้น้ำยางสีเหลืองจากใบเคี่ยวให้แห้งเรียวกว่า ยาดำ เป็นยาระบาย พบว่าเนื่องจากมีสารกลุ่มแอนทราควิโนน แต่พันธุ์ที่ปลูก ในประเทศไทยมีปริมาณน้ำยางน้อย ไม่อาจใช้ในการผลิตยาดำ จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ใช้วุ้นสดของใบปิดขมับแก้ปวดหัว การทดลองกับผู้ป่วยพบว่าวุ้นสดใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลไหม้เกรียมจากแสงแดดและการฉายรังสี แผลสดแผลเรื้อรังตลอดจนกินเพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ดี วิธีใช้ให้เลือกใช้ใบล่างสุดของต้นก่อน ล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างน้ำยางสีเหลืองออก ให้หมด เพราะอาจระคายเคืองผิวหนังและทำให้มีอาการแพ้ได้ ขูดเอาวุ้นใสปิดพอกบริเวณแผล หรือฝานเป็นแผ่นบางปิดแผลพันด้วยผ้าพันแผลที่สะอาด เปลี่ยนวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น จนกว่าแผลจะหาย นอกจากนี้ยังใช้วุ้นเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลายประเภท เช่นแชมพูสระผม สบู่ ครีมกันแดดเป็นต้น สารที่ออกฤทธิ์เป็นกลัยโคโปรตีนชื่อ aloctin A ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบและเพิ่มการเจริญทดแทนของเนื้อเยื่อที่แผล แต่มีข้อเสียคือสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน ไม่ควรทิ้งวุ้นสดไว้เกิน 24 ชั่วโมง