แคหางค่าง ประโยชน์และสรรพคุณของแคหางค่าง

แคหางค่าง หรือ วงศ์ไม้ปีบ เป็นชื่อวงศ์พรรณไม้ของพืชในตระกูล ปีบ เพกา แคสันติสุข แคแสด ศรีตรัง ชมพูพันธุ์ทิพย์ เหลืองปรีดียาธร ลักษณะเด่นคือ สัณฐานดอกลักษณะปากแตร ส่วนลักษณะเด่นอื่น ๆ ใบเดี่ยวติดเป็นวงรอบข้อ หรือใบประกอบติดตรงข้ามแต่ละคู่ตั้งฉากกัน ใบด้านล่างมีต่อม ดอกใหญ่บานเด่นชัด เกสรเพศผู้มี 4 อัน สั้น 2 ยาว 2 มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 1 อัน ผลแห้งแตก แข็ง ผิวเรียบ เมล็ดมีปีก และมีจำนวนมาก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของแคหางค่าง

แคหางค่าง เป็นไม้ล้มลุกยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบภายในระยะเวลาอันสั้น ลำต้นสูงประมาณ 5-20 เมตร มักโค้งงอและทรงพุ่มไม่เป็นระเบียบ มงกุฎเป็นพุ่มกลมหนาแน่น สีเทาและเกลี้ยงเกลาเปลือกเป็น สีขาวเป็นสีของเปลือกชั้นใน ขนสีน้ำตาลปกคลุมกิ่งอ่อน นอกจากนี้ยังมีช่องระบายอากาศทั่วไป พบในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าหญ้า พบในต่างประเทศที่ระดับความสูงประมาณ 100-800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในรัฐอัสสัม บังกลาเทศ เมียนมาร์ หมู่เกาะอันดามัน และคาบสมุทรอินโดจีน รวมทั้งคาบสมุทรมลายู

ใบแคหางค่าง ใบเรียงเป็นกระจุกหรือเป็นช่อตรงข้ามหรือตรงข้ามกันเล็กน้อย ช่อดอกมีความยาวตั้งแต่ 20 ถึง 50 ซม. ช่อดอกแต่ละช่อประกอบด้วยใบย่อยที่มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไป รวมถึงรูปทรงกลม รูปไข่ เสริมความแข็งแรง และรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีแผ่นพับประมาณ 1-4 คู่เรียงตรงข้ามกัน ใบที่ปลายช่ออาจเป็นใบเดี่ยวหรือคู่ก็ได้ ใบกว้างประมาณ 3-20 ซม. ยาว 3-30 ซม. ปลายมนและกลีบจะสั้นและแหลม โคนใบมนหรือยักไหล่เล็กน้อย และมักจะโก่งงอ แผ่นใบค่อนข้างมาก ด้านหลังเรียบอย่างสมบูรณ์ หรืออาจมีขนเล็กน้อย ใต้ใบมีขนหยาบปกคลุม เส้นแตกแขนงค่อนข้างตรง มีประมาณ 6-10 คู่ ก้าว subveins ท้องมองเห็นได้ชัดเจน ก้านใบสั้นมาก

ดอกของ แคหางค่าง มีขนาดใหญ่และมีสีเหลืองอ่อน ที่ปลายกิ่ง ดอกจะออกเป็นช่อใหญ่ ช่อดอกจะแหลมและยาวสูงสุด 40 ซม. โดยโคนกลีบประกอบเป็นถ้วยที่ยึดกลีบดอกไว้ด้วยกัน มีขนาดตั้งแต่ความกว้าง 1-3 ซม. ถึง 2.5-4.5 ซม. ปลายแบ่งออกเป็นห้าแฉกที่มีขนาดต่างกัน ด้านนอกปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลแดงอย่างหนาแน่น จุกผลไม้ติดอยู่ที่กลีบฐาน กลีบดอกเป็นแตน มีขนสีน้ำตาลเข้มอยู่ด้านนอก ภายในสะอาดสะอ้าน ส่วนล่างของโคโรลลาเป็นท่อแคบยาวประมาณ 1.5-2 ซม. ส่วนส่วนบนขยายไปถึงปากของหลอดไฟ กว้างประมาณ 4-5 ซม. และยาว 3-5 ซม. ดอกมีเกสรตัวผู้สองคู่ หนึ่งอันยาวและหนึ่งอันสั้น และรังไข่ทรงกระบอกและบิดเป็นเกลียว มีขนหนาแน่น ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงกันยายน ดอก แคหางค่าง จะบานสะพรั่ง

ฝักแคหางค่าง ฝักมีรูปทรงกระบอกขนาดใหญ่ หักเลี้ยวและบิด มีความกว้างตั้งแต่ 1.5 ถึง 2.5 ซม. และยาว 35 ถึง 70 ซม. ฝักมีสันตามยาวห้าอันและโดยทั่วไปมีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุม เมื่อฝักอ่อนเกินไป มันจะแตกตามรอยประสาน ฝักเมล็ดแบน กว้างประมาณ 0.7-1.2 ซม. ยาว 2-3 ซม. มีเยื่อบาง ๆ คล้ายปีกตามขอบ

สรรพคุณ เป็นทายาทของ แคหางค่าง

  • เมล็ดใช้เป็นยาบำรุงเลือด (เมล็ด)
  • ช่วยในการขจัดเสมหะ (เมล็ด)
  • เปลือกต้มในสารละลายน้ำกลั่น ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย (เปลือก)
  • ใบใช้เป็นยาพอกช่วยในการรักษาบาดแผล ถลอก ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รวมทั้งช่วยหยุดเลือด (ใบ)
  • ใบจะพอกเพื่อรักษาสภาพผิว ผื่น และหูด (ใบ)
  • ต้มเปลือกในน้ำอาบ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (เปลือก)

ประโยชน์ของ แคหางค่าง

  • ดอกและฝักอ่อนรับประทานได้ทั้งแบบดิบหรือจิ้มน้ำพริก อย่างไรก็ตามต้องปรุงสุกก่อน ก็จะมีรสขมเล็กน้อย หรือจะคั่วหรือกินดอกพริกเผาก็ได้ บางคนกล่าวว่าดอกและฝักอ่อนถูกย่างก่อนเพื่อขจัดความขมขื่น หรือจะใช้ต้มก่อนใช้เป็นน้ำจิ้มก็ได้
  • ไม้แคหางค่างสามารถใช้สร้างโครงสร้าง เสา ด้ามเครื่องมือ และด้ามปืน เป็นต้น